โครงสร้างและขอบเขตอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการ

โครงสร้างกรรมการบริษัท ประกอบด้วยกรรมการ 5 ชุด ได้แก่ คณะกรรมการบริษัท คณะกรรมการบริหาร คณะกรรมการตรวจสอบ คณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน และคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงและการพัฒนาอย่างยั่งยืน โดย ณ วันที่ 31 มกราคม 2569 คณะกรรมการบริษัท มีจำนวนทั้งสิ้น 9 คน

รายชื่อ ตำแหน่ง
1. นายนพร สุนทรจิตต์เจริญ ประธานกรรมการบริษัท และประธานกรรมการบริหาร
2. นายอาชวิณ อัศวโภคิน กรรมการบริษัท กรรมการบริหาร และกรรมการบริหารความเสี่ยงและการพัฒนาอย่างยั่งยืน
3. นายวัชริน กสิณฤกษ์ กรรมการบริษัท กรรมการบริหาร และกรรมการบริหารความเสี่ยงและการพัฒนาอย่างยั่งยืน
4. นายวิทย์ ตันติวรวงศ์ กรรมการบริษัท กรรมการบริหาร กรรมการบริหารความเสี่ยงและการพัฒนาอย่างยั่งยืน และกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน
5. นายโชคชัย วลิตวรางค์กูร กรรมการบริษัท กรรมการบริหาร
6. นายณรงค์ฤทธิ์ ชัยยะราษฎร์ กรรมการบริษัท และกรรมการบริหารความเสี่ยงและการพัฒนาอย่างยั่งยืน
7. นายพิภพ วีระพงษ์ กรรมการบริษัท กรรมการอิสระ กรรมการตรวจสอบ และประธานกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน
8. นายบัณฑิต พิทักษ์สิทธิ์ กรรมการบริษัท กรรมการอิสระ กรรมการตรวจสอบ ประธานกรรมการบริหารความเสี่ยงและการพัฒนาอย่างยั่งยืน และกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน
9. นางสาวกล้วยไม้ เทพหัสดิน ณ อยุธยา กรรมการบริษัท กรรมการอิสระ และประธานกรรมการตรวจสอบ

บทบาทหน้าที่ของประธานกรรมการ

  1. รับผิดชอบในฐานะผู้นำของคณะกรรมการในการกำกับ ติดตาม ดูแลการบริหารงานของคณะกรรมการบริหาร และคณะอนุกรรมการอื่น ๆ ให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามแผนงานที่กำหนดไว้ และเป็นไปตามหลักธรรมาภิบาล
  2. ดูแลให้มั่นใจว่า กรรมการทุกคนมีส่วนร่วมในการส่งเสริมให้เกิดวัฒนธรรมองค์กรที่มีจริยธรรม และการกำกับดูแลกิจการที่ดี
  3. เป็นประธานในที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท และที่ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัท โดยควบคุมการประชุมให้เป็นไปตามข้อบังคับของบริษัท ตามระเบียบวาระที่กำหนดไว้ และดูแลให้ใช้เวลาในการประชุมอย่างเหมาะสม
  4. ส่งเสริมการแสดงความคิดเห็นในที่ประชุมอย่างเป็นอิสระเปิดเผย
  5. ดูแลให้การติดต่อสื่อสารระหว่างกรรมการและผู้ถือหุ้นเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ
  6. เป็นผู้ลงคะแนนเสียงชี้ขาดในกรณีที่ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัทมีการลงคะแนนเสียง และคะแนนเสียง 2 ฝ่ายเท่ากัน

ขอบเขตอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการบริษัท

เพื่อให้คณะกรรมการสามารถปฏิบัติหน้าที่ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ได้กำหนดแนวปฏิบัติไว้ ดังนี้

  1. ดำเนินการจัดการบริษัทให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ ข้อบังคับ และมติของที่ประชุมผู้ถือหุ้นที่ชอบด้วยกฎหมายว่าด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและระมัดระวังรักษาผลประโยชน์ของบริษัท
  2. ให้ความเห็นชอบนโยบายที่สำคัญ เป้าหมาย แนวทาง และแผนงานของบริษัท รวมทั้งติดตามดูแลให้มีการปฏิบัติตามแผนงานที่กำหนด
  3. ควบคุมกำกับดูแลการบริหารและการจัดการของคณะกรรมการบริหารให้เป็นไปตามนโยบายที่ได้รับมอบหมาย โดยมีอำนาจอนุมัติ
    1. 3.1 พิจารณาอนุมัติการกู้หรือการขอสินเชื่อใด ๆ จากสถาบันการเงิน
    2. 3.2 พิจารณาอนุมัติงบประมาณประจำปีและแผนงานของบริษัท
    3. 3.3 พิจารณาอนุมัติการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลให้แก่ผู้ถือหุ้น เมื่อเห็นว่าบริษัทมีกำไรพอสมควรที่จะกระทำเช่นนั้น
    4. 3.4 พิจารณาอนุมัติรายการที่สำคัญ เช่น การลงทุนที่สำคัญ การซื้อขายทรัพย์สิน และการดำเนินการใด ๆ ที่กฎหมายกำหนด
    5. 3.5 พิจารณาอนุมัติการทำรายการที่เกี่ยวโยงกัน และการได้มาหรือจำหน่ายไปซึ่งสินทรัพย์ เว้นแต่รายการที่จะต้องได้รับอนุมัติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น โดยการพิจารณาอนุมัติดังกล่าวจะเป็นไปตามประกาศ ข้อบังคับ ระเบียบที่เกี่ยวข้องของสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ ทั้งนี้ เว้นแต่เรื่องที่กฎหมายกำหนดให้ต้องได้รับมติจากที่ประชุมผู้ถือหุ้น คณะกรรมการต้องได้รับอนุมัติจากผู้ถือหุ้นก่อนการดำเนินการ
  4. คณะกรรมการจะดำเนินการจัดให้มีการประชุมอย่างน้อย ไตรมาสละครั้ง
  5. กำหนดตารางการประชุมตลอดทั้งปีล่วงหน้า และแจ้งตารางการประชุมทั้งปีให้แก่คณะกรรมการทราบตั้งแต่ปลายปี ก่อนปีที่มีการจัดประชุม
  6. ส่งรายละเอียดวาระการประชุมให้คณะกรรมการได้มีเวลาศึกษาและพิจารณาล่วงหน้าอย่างน้อย 7 วันทำการก่อนวันประชุม
  7. การพิจารณาวาระต่าง ๆ จะต้องคำนึงถึงผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้นและผู้ที่เกี่ยวข้องอย่างเป็นธรรม
  8. บริษัทได้กำหนดนโยบายเกี่ยวกับจำนวนองค์ประชุมกรรมการขั้นต่ำ ณ ขณะที่คณะกรรมการจะลงมติในที่ประชุมว่าต้องมีกรรมการอยู่ไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนกรรมการทั้งหมด
  9. เปิดโอกาสให้มีการแสดงความเห็นอย่างอิสระ
  10. กำหนดเวลาในการพิจารณาแต่ละวาระไว้อย่างเพียงพอ เพื่อการอภิปรายและแสดงความคิดเห็นอย่างรอบคอบ
  11. กำกับดูแลให้มีการบริหารจัดการตามนโยบายการกำกับดูแลกิจการที่ดี และดูแลไม่ให้เกิดปัญหาความขัดแย้งทางผลประโยชน์

ค่าตอบแทนของกรรมการบริษัทและผู้บริหาร

(1) ค่าตอบแทนที่เป็นตัวเงิน

จำนวนกรรมการบริษัทและผู้บริหาร (ราย) ค่าตอบแทนปี 2567 (บาท)
ค่าตอบแทนรายปีและโบนัสของกรรมการบริษัท เงินเดือนและโบนัสของผู้บริหาร1 ค่าเบี้ยประชุมกรรมการอิสระ
112 14,273,226 105,150,000 1,390,000

หมายเหตุ:
1 ผู้บริหารของบริษัทตามคำนิยามสำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์
2 นับรวมกรรมการลาออกและแต่งตั้งระหว่างปี 2 ราย

(2) ค่าตอบแทนอื่น ๆ ที่ไม่ใช่ตัวเงิน

  • กรรมการบริษัทได้รับสวัสดิการในด้านต่าง ๆ อาทิ ประกันภัยคุ้มครองความรับผิดชอบของกรรมการและเจ้าหน้าที่บริหารของบริษัท (D&O) และค่าใช้จ่ายในการเข้าสัมมนาอบรมหลักสูตรของ IOD และสถาบันอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง
  • ผู้บริหารได้รับสวัสดิการเช่นเดียวกับพนักงานในด้านต่าง ๆ อาทิ เงินสมทบกองทุนสำรองเลี้ยงชีพ สวัสดิการค่ารักษาพยาบาล ประกันสุขภาพ ตรวจสุขภาพประจำปีตามแผนการตรวจที่แบ่งตามช่วงอายุของพนักงาน การประกันชีวิตแก่พนักงานทุกคน เงินช่วยพิธีมงคลสมรส เงินช่วยในงานฌาปนกิจของครอบครัวพนักงาน เครื่องแบบพนักงาน การเที่ยวและการเลี้ยงสังสรรค์ประจำปี รวมถึงการให้สิทธิพิเศษกับพนักงานในการซื้อสินค้าที่มีส่วนลดตามหลักเกณฑ์เงื่อนไขที่บริษัทกำหนด

Clawback Provision

เพื่อให้สอดคล้องกับมาตรา 85 ของ พ.ร.บ. บริษัทมหาชนจำกัด พ.ศ. 2535 รวมถึง มาตรา 89/7, 89/18, 80/19 และ 281/2 ของ พ.ร.บ. หลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ พ.ศ. 2535 (แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ. 2551) กรรมการบริษัทและผู้บริหาร ต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต

ทั้งนี้ ในกรณีที่พบว่ากรรมการบริษัทและผู้บริหารไม่ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์สุจริต จนเป็นเหตุให้บริษัทได้รับความเสียหาย บริษัทสามารถเรียกค่าเสียหายจากกรรมการบริษัทและผู้บริหารนั้น ๆ ได้ หรือฟ้องร้องเรียกคืนประโยชน์ที่ได้รับจากการกระทำที่ก่อให้เกิดความเสียหายดังกล่าว (Clawback)

รายชื่อ ตำแหน่ง
1. นายนพร สุนทรจิตต์เจริญ ประธานกรรมการบริหาร
2. นายวัชริน กสิณฤกษ์ กรรมการบริหาร
3. นายวิทย์ ตันติวรวงศ์ กรรมการบริหาร
4. นายโชคชัย วลิตวรางค์กูร กรรมการบริหาร
5. นายอาชวิณ อัศวโภคิน กรรมการบริหาร

ขอบเขตอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการบริหาร

คณะกรรมการบริหารซึ่งรวมถึงกรรมการผู้จัดการ มีอำนาจหน้าที่ในการบริหารงานในเรื่องที่เกี่ยวกับการดำเนินงานตามปกติธุรกิจของบริษัท ทั้งนี้ การอนุมัติรายการอื่นใดที่มีความขัดแย้งหรือมีส่วนได้เสีย หรืออาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ในลักษณะอื่นใดกับบริษัทหรือบริษัทย่อย จะต้องเสนอต่อที่ประชุมคณะกรรมการตรวจสอบและที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท เพื่อพิจารณาอนุมัติรายการที่เกิดขึ้นดังกล่าวทุกครั้ง

รายชื่อ ตำแหน่ง
1. นางสาวกล้วยไม้ เทพหัสดิน ณ อยุธยา กรรมการอิสระ ประธานกรรมการตรวจสอบ
2. นายพิภพ วีระพงษ์ กรรมการอิสระ กรรมการตรวจสอบ
3. นายบัณฑิต พิทักษ์สิทธิ์ กรรมการอิสระ กรรมการตรวจสอบ

ขอบเขตอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการตรวจสอบ

  1. สอบทานให้บริษัทมีรายงานทางการเงินอย่างถูกต้องและเปิดเผยอย่างเพียงพอ
  2. สอบทานให้บริษัทมีระบบการควบคุมภายในและการตรวจสอบภายในที่มีความเหมาะสมและมีประสิทธิผล
  3. สอบทานการปฏิบัติของบริษัทให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ หรือกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของบริษัท
  4. ให้ความเห็นชอบในการพิจารณา แต่งตั้ง โยกย้าย เลิกจ้างผู้จัดการฝ่ายตรวจสอบภายในและพัฒนาระบบ
  5. พิจารณาคัดเลือก เสนอแต่งตั้ง เลือกกลับเข้าใหม่ และเลิกจ้างผู้สอบบัญชีภายนอก รวมถึงพิจารณาเสนอค่าตอบแทนของผู้สอบบัญชี
  6. พิจารณาการเปิดเผยข้อมูลของบริษัทในกรณีที่เกิดรายการเกี่ยวโยงหรือรายการที่อาจมีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ให้มีความถูกต้องครบถ้วน ตามกฎระเบียบที่เกี่ยวข้อง
  7. พิจารณาและสอบทานรายงานผลการปฏิบัติงานของฝ่ายตรวจสอบภายในและพัฒนาระบบ และอนุมัติแผนการตรวจสอบภายในประจำปี
  8. กำกับดูแลให้ผู้สอบบัญชีและหน่วยงานตรวจสอบภายในมีความเป็นอิสระในการทำงาน
  9. จัดให้มีการประชุมร่วมกับผู้สอบบัญชีโดยไม่มีฝ่ายจัดการอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
  10. พิจารณาความเสี่ยงที่สำคัญของบริษัท พร้อมเสนอแนะวิธีป้องกัน หรือแจ้งให้คณะกรรมการหามาตรการป้องกันเพื่อลดความเสี่ยงนั้น
  11. จัดทำรายงานกิจกรรมของคณะกรรมการตรวจสอบโดยเปิดเผยไว้ในรายงานประจำปีของบริษัท ซึ่่งรายงานดังกล่าวลงนามโดยประธานกรรมการตรวจสอบ
  12. ปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการบริษัทมอบหมายและคณะกรรมการตรวจสอบเห็นชอบด้วย

รายชื่อ ตำแหน่ง
1. นายพิภพ วีระพงษ์ กรรมการอิสระ ประธานกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน
2. นายบัณฑิต พิทักษ์สิทธิ์ กรรมการอิสระ กรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน
3. นายวิทย์ ตันติวรวงศ์ กรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน

ขอบเขตอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทน

  1. กำหนดนโยบายการสรรหากรรมการและค่าตอบแทนกรรมการบริษัท กรรมการชุดย่อย และผู้บริหารระดับสูง เพื่อเสนอให้คณะกรรมการบริษัทพิจารณาเห็นชอบอนุมัติ
  2. สรรหาบุคคลที่เหมาะสมและเป็นคุณต่อธุรกิจมาดำรงตำแหน่งกรรมการที่หมดวาระและหรือมีตำแหน่งว่างลง มาเสนอให้คณะกรรมการบริษัทพิจารณาเห็นชอบและขออนุมัติจากผู้ถือหุ้น
  3. กำหนดค่าตอบแทนที่จำเป็นและเหมาะสม ทั้งที่เป็นตัวเงินและมิใช่ตัวเงินให้กับคณะกรรมการและผู้บริหารระดับสูง ตามภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ และผลงาน
  4. รายงานผลการประชุมที่มีนัยสำคัญและเป็นประโยชน์กับบริษัทต่อคณะกรรมการบริษัท
  5. ให้คำชี้แจงและหรือตอบคำถาม กรณีเกิดข้อสงสัยเกี่ยวกับนโยบายการสรรหากรรมการและค่าตอบแทนของกรรมการบริษัท กรรมการชุดย่อยและผู้บริหารระดับสูงในที่ประชุมผู้ถือหุ้น
  6. ปฏิบัติการอื่นใดตามที่คณะกรรมการบริษัทมอบหมาย อันเกี่ยวกับการสรรหาและพิจารณาค่าตอบแทนที่มีความสำคัญ

รายชื่อ ตำแหน่ง
1. นายบัณฑิต พิทักษ์สิทธิ์ กรรมการอิสระ ประธานกรรมการบริหารความเสี่ยงและการพัฒนาอย่างยั่งยืน
2. นายวัชริน กสิณฤกษ์ กรรมการบริหารความเสี่ยงและการพัฒนาอย่างยั่งยืน
3. นายวิทย์ ตันติวรวงศ์ กรรมการบริหารความเสี่ยงและการพัฒนาอย่างยั่งยืน
4. นายอาชวิณ อัศวโภคิน กรรมการบริหารความเสี่ยงและการพัฒนาอย่างยั่งยืน
5. นายณรงค์ฤทธิ์ ชัยยะราษฎร์ กรรมการบริหารความเสี่ยงและการพัฒนาอย่างยั่งยืน

ขอบเขตอำนาจหน้าที่ของคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงและการพัฒนาอย่างยั่งยืน

  1. กำหนดและทบทวนนโยบาย เป้าหมาย แนวทาง และกรอบการบริหารความเสี่ยงขององค์กร ให้ครอบคลุมความเสี่ยงสำคัญของธุรกิจ เช่น ความเสี่ยงด้านกลยุทธ์ (Strategic Risk) ด้านการเงิน (Financial Risk) ด้านกฎ ระเบียบและข้อบังคับ (Compliance Risk) ด้านการดำเนินงาน (Operational Risk) ด้านการทุจริตคอร์รัปชัน (Corruption Risk) ตลอดจนความเสี่ยงด้านความยั่งยืนที่เกี่ยวข้องกับประเด็นสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (Environmental, Social and Governance: ESG Risk) รวมถึงความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจที่มีผลกระทบต่อความสามารถในการดำเนินธุรกิจอย่างยั่งยืน และความเสี่ยงที่เกิดขึ้นใหม่ (Emerging Risk) ทั้งนี้ ให้นำเสนอนโยบายและเป้าหมายต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาอนุมัติ
  2. กำกับดูแล เสนอแนะ ติดตาม และสอบทานแผนบริหารความเสี่ยง โดยพิจารณาควบคู่กับตัวชี้วัดความเสี่ยงที่สำคัญ (Key Risk Indicators: KRIs) รวมถึงประเมินผลและปรับปรุงการดำเนินงานด้านการบริหารความเสี่ยงอย่างสม่ำเสมอ เพื่อให้มั่นใจว่าการบริหารความเสี่ยงขององค์กรมีความเพียงพอ เหมาะสม และมีประสิทธิภาพ สามารถจัดการและควบคุมความเสี่ยงให้อยู่ภายใต้ระดับที่ยอมรับได้ (Risk Appetite) เป็นไปตามมาตรฐานสากล สอดคล้องกับกลยุทธ์ แผนธุรกิจ และสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไปในแต่ละช่วงเวลา ตลอดจนส่งเสริมให้เกิดวัฒนธรรมการบริหารความเสี่ยงทั่วทั้งองค์กร
  3. พิจารณา กำหนด ทบทวน และปรับปรุง กลยุทธ์ เป้าหมาย และแผนการดำเนินงานด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืน ในมิติสิ่งแวดล้อม สังคม และบรรษัทภิบาล (ESG) ให้สอดคล้องกับการดำเนินธุรกิจของบริษัทและแนวปฏิบัติสากล ตลอดจนส่งเสริมและผลักดันให้นำไปสู่การปฏิบัติจริง และสนับสนุนการมีส่วนร่วมในการดำเนินโครงการด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนกับหน่วยงานทั้งภายในและภายนอกองค์กร เพื่อสร้างคุณค่าที่ยั่งยืนแก่ผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่ม ทั้งนี้ ให้นำเสนอกลยุทธ์และเป้าหมายด้านการพัฒนาอย่างยั่งยืนต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาอนุมัติ
  4. พิจารณา กำหนด ทบทวน และปรับปรุง กลยุทธ์ เป้าหมาย และแผนการดำเนินงานด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ (Climate Change) รวมถึงการบริหารจัดการความเสี่ยงและโอกาสให้สอดคล้องกับมาตรฐานและแนวปฏิบัติสากล ตลอดจนกำกับดูแลและติดตามผลการดำเนินงานและการเปิดเผยข้อมูลให้เป็นไปอย่างโปร่งใสและมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ให้นำเสนอกลยุทธ์และเป้าหมายด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศต่อคณะกรรมการบริษัทเพื่อพิจารณาอนุมัติ
  5. รายงานผลการดำเนินงานด้านการบริหารความเสี่ยงและการพัฒนาอย่างยั่งยืน รวมถึงประเด็นที่มีนัยสำคัญและเป็นประโยชน์ต่อการดำเนินธุรกิจของบริษัทต่อคณะกรรมการบริษัท
  6. ประเมินผลการปฏิบัติงานของคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงและการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Self-Assessment) อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง
  7. ปฎิบัติหน้าที่อื่นใดตามที่คณะกรรมการบริษัทมอบหมาย

บริษัทได้จัดทำ Board Skills Matrix เพื่อแสดงให้เห็นถึงความหลากหลายของคณะกรรมการบริษัท ดังรายละเอียดที่ปรากฏในตาราง ดังนี้

Board Diversity

คณะกรรมการบริษัทได้กำหนดให้กรรมการแต่ละคน ได้แก่ ประธานกรรมการบริหาร กรรมการที่เป็นผู้บริหาร กรรมการที่ไม่เป็นผู้บริหาร และกรรมการอิสระ สามารถดำรงตำแหน่งกรรมการในบริษัทจดทะเบียนอื่นได้ โดยเมื่อรวมจำนวนบริษัทแล้วไม่เกิน 5 บริษัทจดทะเบียน ทั้งนี้ เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพในการทำหน้าที่และเพื่อให้กรรมการสามารถอุทิศเวลาในการปฏิบัติหน้าที่กรรมการของบริษัทได้อย่างเต็มที่