การบริหารจัดการด้านสิทธิมนุษยชน

ความสำคัญและแนวทางการบริหารจัดการ

สิทธิมนุษยชน คือ สิทธิเสรีภาพที่จําเป็นขั้นพื้นฐานที่คนทุกคนพึงได้รับอย่างเสมอภาคและเป็นธรรม ไม่ว่าจะมีความแตกต่างกันทางเชื้อชาติ ชาติกําเนิด ศาสนา วัฒนธรรม ภาษา วิถีชีวิต เพศ รูปลักษณ์ภายนอก อายุ และสติปัญญา หรือมีความไม่เท่าเทียมกันในฐานะทางเศรษฐกิจและสังคมมากน้อยเพียงใดก็ตาม โดยสิทธิมนุษยชนได้รับการคุ้มครองและกำกับดูแลตามกฎหมาย และบริษัทมีหน้าที่ต้องเคารพต่อสิทธิมนุษยชนของพนักงาน รวมทั้งผู้มีส่วนได้เสียที่เกี่ยวข้องทุกกลุ่ม

บริษัทจึงกำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติด้านการเคารพสิทธิมนุษยชนซึ่งสอดคล้องกับปฏิญญาสากลว่าด้วยสิทธิมนุษยชน (United Nations Universal Declaration of Human Rights: UNDHR) และมีการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้านทั่วทั้งองค์กร เพื่อทราบถึงประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนที่อาจเกิดขึ้นจากการดำเนินธุรกิจของบริษัท และสามารถวางแนวทางป้องกันเพื่อลดความเสี่ยง กำหนดแนวทางเยียวยาหากเกิดการละเมิดขึ้น รวมถึงมีช่องทางร้องเรียนในกรณีที่ถูกละเมิดสิทธิมนุษยชน โดยมีคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงและการพัฒนาอย่างยั่งยืน เป็นผู้รับผิดชอบประเด็นด้านสิทธิมนุษยชนทั้งกระบวนการ เพื่อให้การดำเนินงานด้านสิทธิมนุษยชนเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและลุล่วงตามเป้าหมายที่กำหนด รวมทั้งเพื่อสร้างความมั่นใจว่าบริษัทจะดำเนินธุรกิจด้วยความระมัดระวัง และไม่กระทำการใดที่จะก่อให้เกิดการละเมิดต่อสิทธิมนุษยชนทั้งทางตรงหรือทางอ้อม

การตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence: HRDD)

บริษัทดำเนินกระบวนการตรวจสอบสิทธิมนุษยชนอย่างรอบด้าน (Human Rights Due Diligence: HRDD) ภายใต้หลักการชี้แนะว่าด้วยธุรกิจและสิทธิมนุษยชนแห่งสหประชาชาติ (UN guiding Principles on Business and Human Rights: UNGP) เพื่อใช้เป็นแนวปฏิบัติและบริหารจัดการประเด็นด้านสิทธิมนุษยชน ซึ่งประกอบด้วย 5 ขั้นตอนหลัก ดังนี้

Value Chain

การประเมินความเสี่ยงและผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน

บริษัทดำเนินการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชนเพื่อระบุ ป้องกัน และลดผลกระทบจากความเสี่ยงที่เกิดขึ้นจริง หรือมีแนวโน้มที่อาจเกิดขึ้นจากกิจกรรมทางธุรกิจตลอดห่วงโซ่คุณค่าครอบคลุมการดำเนินงานของบริษัท โดยเปรียบเทียบเกณฑ์ระดับโอกาสเกิด (Likelihood) กับระดับผลกระทบ (Impact) ซึ่งประเด็นที่มีการประเมินความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน ได้แก่

ประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน

สิทธิพนักงาน
  • อาชีวอนามัยและความปลอดภัยพนักงาน
  • เสรีภาพในการสมาคมและการเจรจาต่อรอง
  • การไม่เลือกปฏิบัติ
  • การจ้างงานที่ผิดกฎหมาย(แรงงานเด็ก แรงงานบังคับ และแรงงานต่างด้าว)
  • ความเป็นส่วนตัวของข้อมูล
สิทธิชุมชนและสิ่งแวดล้อม
  • สุขภาพและความปลอดภัยชุมชน
  • การจัดการของเสีย
  • การได้มาซึ่งที่ดิน
สิทธิลูกค้า
  • สุขภาพและความปลอดภัยของลูกค้า
  • การรักษาความลับและความเป็นส่วนตัวของลูกค้า
สิทธิคู่ค้าและผู้รับเหมา
  • จรรยาบรรณธุรกิจของคู่ค้า
  • การรักษาความลับของคู่ค้าและผู้รับเหมา
  • การไม่เลือกปฏิบัติ

แนวทางการบริหารจัดการความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษยชน

ประเด็นความเสี่ยง มาตรการควบคุมความเสี่ยงและลดผลกระทบ

สิทธิพนักงาน

  1. อาชีวอนามัยและความปลอดภัยพนักงาน
  2. เสรีภาพในการสมาคมและการเจรจาต่อรอง
  3. การไม่เลือกปฏิบัติ
  4. การจ้างงานที่ผิดกฎหมาย (แรงงานเด็ก แรงงานบังคับ และแรงงานต่างด้าว)
  5. ความเป็นส่วนตัวของข้อมูล
  • จัดตั้งคณะกรรมการความปลอดภัยอาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทำงาน เพื่อควบคุมมาตรการด้านความปลอดภัยให้เป็นไปตามมาตรฐาน รวมถึงการจัดอบรมหลักสูตรความปลอดภัย อาชีวอนามัยและสภาพแวดล้อมให้กับพนักงาน ตลอดจนส่งเสริมวัฒนธรรมความปลอดภัยในองค์กร
  • จัดอบรมและสื่อสารข้อมูลเกี่ยวกับสิทธิมนุษยชน เพื่อเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจให้พนักงาน
  • จัดให้มีการตรวจสุขภาพแก่พนักงานเป็นประจำทุกปี
  • กำหนดนโยบายค่าตอบแทนและสวัสดิการ และจัดตั้งคณะกรรมการสวัสดิการในสถานประกอบกิจการเพื่อให้พนักงานสามารถรวมกลุ่มและเจรจาเสนอแนะเกี่ยวกับเงื่อนไขปฏิบัติงาน และการจัดสวัสดิการที่จะเป็นประโยชน์ต่อพนักงานและต่อบริษัท
  • กำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติที่ยึดถือหลักสิทธิมนุษยชน ปฏิบัติต่อพนักงานทุกคนอย่างเท่าเทียม ปราศจากการเลือกปฏิบัติ ไม่แบ่งแยกจากความแตกต่างใด ๆ ทั้งสิ้น
  • กำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติที่ไม่กระทำหรือสนับสนุนการใช้แรงงานบังคับในทุกรูปแบบ ไม่สนับสนุนหรือว่าจ้างเด็กที่อายุต่ำกว่า 18 ปี และในการจ้างแรงงานต่างด้าว บริษัทจะต้องดำเนินการอย่างถูกต้องตามกฎหมาย
  • จัดตั้งคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท ควบคุมให้เป็นไปตามนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท

สิทธิชุมชนและสิ่งแวดล้อม

  1. สุขภาพและความปลอดภัยชุมชน
  2. การจัดการของเสีย
  3. การได้มาซึ่งที่ดิน
  • บริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมให้ถูกต้องตามที่กฎหมายกำหนด
  • จัดตั้งคณะกรรมการด้านสิ่งแวดล้อม เพื่อบริหารจัดการด้านสิ่งแวดล้อมเพื่อลดผลกระทบเชิงลบต่อชุมชน
  • กำหนดให้มีระบบบำบัดน้ำเสียจากกระบวนการดำเนินงานของบริษัท ก่อนการระบายสู่สาธารณะ
  • ประเมินความเสี่ยงประเด็นทางกฎหมายก่อนการจัดซื้อที่ดิน รวมถึงการสำรวจและทำความเข้าใจกับชุมชนเกี่ยวกับแผนการดำเนินการ

สิทธิลูกค้า

  1. สุขภาพและความปลอดภัยของลูกค้า
  2. การรักษาความลับและความเป็นส่วนตัวของลูกค้า
  • จัดทำกระบวนการออกแบบ พัฒนาและควบคุมคุณภาพของสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ เป็นไปตามมาตรฐาน และคำนึงถึงสุขภาพ ความปลอดภัยและคุณภาพในการอยู่อาศัยของลูกค้า
  • มีมาตรการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคลอย่างเคร่งครัด รวมถึงการดำเนินการตามกฎหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตาม พระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ 2562
  • จัดอบรม/จัดการทดสอบพนักงานขายและการตลาดประเด็นกฏหมายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อป้องกันการละเมิดและการรั่วไหลของข้อมูลความลับและความเป็นส่วนตัวของลูกค้าในการปฏิบัติงาน

สิทธิคู่ค้าและผู้รับเหมา

  1. จรรยาบรรณธุรกิจสำหรับคู่ค้า
  2. การรักษาความลับของคู่ค้า
  3. การไม่เลือกปฏิบัติ
  • กำหนดให้คู่ค้าปฏิบัติตามจรรยาบรรณธุรกิจสำหรับคู่ค้า
  • ปฏิบัติตามกฎหมายทรัพย์สินทางปัญญา
  • ปฏิบัติตาม พระราชบัญญัติแข่งขันทางการค้า พ.ศ. 2560

การติดตามและการรายงานผล

คณะทำงานที่เกี่ยวข้องกับด้านสิทธิมนุษยชนจะทำการทบทวนและติดตามการปฏิบัติตามแนวทางและมาตรการการป้องกันและแก้ไขผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน เพื่อให้มั่นใจว่าแนวทางและมาตรการที่กำหนดไว้ สามารถป้องกันหรือควบคุมประเด็นความเสี่ยงด้านสิทธิมนุษชนได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือควรมีการปรับปรุงแก้ไข พร้อมทั้งรายงานให้กับผู้บริหารและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องรับทราบ

การบริหารจัดการข้อร้องเรียนและการเยียวยาผลกระทบ

บริษัทให้ความสำคัญกับกระบวนการในการปกป้องและเยียวยาผู้ที่อาจได้รับผลกระทบด้านสิทธิมนุษยชน จากการดำเนินงาน กรณีการดำเนินงานของบริษัทก่อให้เกิดการละเมิดสิทธิมนุษยชน บริษัทจะดำเนินการสืบสวนข้อเท็จจริง วิเคราะห์หาสาเหตุ ดำเนินการแก้ไขและมีมาตรการในการลงโทษ ดังนี้

  • ตักเตือนด้วยวาจา
  • ตักเตือนด้วยหนังสือ หรือทำทัณฑ์บน
  • ตัดค่าจ้าง
  • พักงาน
  • เลิกจ้างโดยไม่จ่ายค่าชดเชย

ทั้งนี้ บริษัทจะดูแลและเยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากการกระทำที่ละเมิดสิทธิมนุษยชนตามความเหมาะสมในแต่ละกรณี โดยบริษัทได้เปิดโอกาสให้ผู้ที่อาจได้รับผลกระทบสามารถแจ้งข้อร้องเรียนประเด็นสิทธิมนุษยชน ผ่านช่องทาง “รับเรื่องร้องเรียน” ตามข้อมูลด้านล่างนี้

ช่องทางรับเรื่องร้องเรียน

  1. ทางไปรษณีย์: ส่งถึงหน่วยงานรับข้อร้องเรียนและแจ้งเบาะแส บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จากัด (มหาชน) เลขที่ 1 อาคารคิวเฮ้าส์ลุมพินี ชั้น 37-38 ถนนสาทรใต้ แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กรุงเทพฯ 10120
  2. ทางอีเมล: whistleblower@lh.co.th
  3. ทางเว็บไซต์: Whistleblowing Form