การพัฒนาคุณภาพสินค้าและบริการ
ความสำคัญและแนวทางการบริหารจัดการ
การดำเนินงานภายใต้กลยุทธ์หลักของบริษัท ยังคงยึดมั่นในปรัชญาของการดำเนินงาน เรื่องคุณภาพสินค้าและบริการ ตลอดจนคุณภาพของบุคลากรที่ดี บริษัทได้ตระหนักถึงการดำเนินงานภายใต้ความเสี่ยงต่าง ๆ และการดำเนินงานเพื่อนำไปสู่การพัฒนาอย่างยั่งยืนควบคู่ไปกับการพัฒนาสินค้าและการบริการ เพื่อเข้าถึงความต้องการที่หลากหลาย และตอบสนองให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจสูงสุด นอกจากนี้ บริษัทยังเล็งเห็นถึงความสำคัญต่อการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล โดยได้กำหนดนโยบายและแนวปฏิบัติไว้เพื่อใช้ในการบริหารจัดการ ดังนี้
- แนวปฏิบัติด้านการออกแบบสินค้าที่มุ่งเน้นคุณภาพชีวิต
- แนวปฏิบัติด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านสินค้าและบริการ
- นโยบายคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
- แนวปฏิบัติการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
- แนวปฏิบัติ/มาตรการในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล
- แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าในด้านการตลาดและการโฆษณา
แนวปฏิบัติด้านการออกแบบสินค้าที่มุ่งเน้นคุณภาพชีวิต
บริษัทมีความมุ่งมั่นในการออกแบบ พัฒนาและควบคุมคุณภาพของสินค้าและบริการให้ได้มาตรฐาน พร้อมทั้งการให้บริการหลังการขายที่สามารถส่งมอบคุณค่าด้านคุณภาพชีวิตได้อย่างเป็นรูปธรรม เพื่อให้ลูกค้ามีความเชื่อมั่น และเกิดความพึงพอใจสูงสุด จึงได้กำหนดแนวปฏิบัติด้านการพัฒนาสินค้าและบริการที่มุ่งเน้นคุณภาพชีวิต ดังนี้
- ศึกษาวิจัยพฤติกรรมผู้บริโภค รับรู้และเข้าใจในความต้องการและความคาดหวังของผู้บริโภค ตลอดจนการใช้ชีวิตประจำวันของผู้บริโภคและสมาชิกในครอบครัว เพื่อกำหนดแนวทางการออกแบบสินค้าให้มีความสอดคล้องกับวิถีชีวิต (Lifestyle)
- จัดหาวัสดุและวัตถุดิบที่มีคุณภาพจากคู่ค้าที่ดำเนินธุรกิจอย่างรับผิดชอบต่อสังคมและสิ่งแวดล้อม โดยมีการกำหนดจรรยาบรรณในการดำเนินธุรกิจของคู่ค้าที่ครอบคลุมประเด็นด้านเศรษฐกิจ สังคมและสิ่งแวดล้อม
- ออกแบบสินค้าและบริหารจัดการตรวจสอบสินค้าที่แหล่งผลิตวัสดุก่อนการผลิต Mass Product ตามแนวคิด Convenience, Security and Safety โดยมีขั้นตอนการตรวจสอบการดำเนินงาน เพื่อให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด และส่งมอบสินค้าที่มีคุณภาพดีที่สุดให้กับลูกค้า
- จัดให้มีการปรับปรุงสินค้า เพื่อให้เกิดความเหมาะสมกับช่วงเวลาอยู่เสมอ รวมถึงสภาพแวดล้อมทั้งหมดที่เกื้อหนุนต่อคุณภาพและความปลอดภัยของสินค้า
- ผลิตสินค้าอย่างสมบูรณ์ก่อนการขาย (บ้านสบายสร้างเสร็จก่อนขาย) รวมถึงความพร้อมของพื้นที่ส่วนกลาง เพื่อสนับสนุนการตัดสินใจอย่างสมบูรณ์ของลูกค้าในการเลือกซื้อสินค้า ลดความเสี่ยงในการได้สินค้าที่ไม่ตรงกับความคาดหวัง ลดความเสี่ยงเกี่ยวกับระยะเวลาผลิต และค่าใช้จ่ายด้านแรงงานของบริษัท
- ตรวจสอบคุณภาพของสินค้า (Quality Control: QC) ตามมาตรฐานของบริษัท รับประกันสินค้า และจัดให้มีระบบบริการหลังการขายที่รวมถึงการรับผิดชอบต่อการชำรุดของสินค้าหลังการโอนกรรมสิทธิ์สินค้าให้แก่ลูกค้า
- จัดตั้งหน่วยงานเพื่อติดต่อรับฟังข้อเสนอแนะหรือข้อคิดเห็นจากลูกค้า พร้อมทั้งจัดให้มีระบบ CRM (Customer Relationship Management) และระบบ CEM (Customer Emotional Management) เพื่อการสื่อสาร ตอบสนอง และส่งเสริมความสัมพันธ์กับลูกค้าอย่างมีประสิทธิภาพ โดยมีช่องทางในการติดต่อสื่อสารหรือรับข้อร้องเรียน/ข้อคิดเห็น ดังนี้
- Service center โทร 1198 กด 2 เวลา 9.00-17.30 น.
- แจ้งซ่อมออนไลน์ E-service ที่ www.lh.co.th/service ตลอด 24 ชม.
- ช่องทางร้องเรียนเรื่องบ้านและคอนโด ที่ www.lh.co.th ตลอด 24 ชม.
- สำนักงานบริการประจำโครงการ
การออกแบบผลิตภัณฑ์เพื่อความเป็นอยู่ที่ดี
ด้วยความตั้งใจที่จะส่งมอบผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพ บริษัทจึงได้ออกแบบที่พักอาศัยจากข้อมูลที่ได้จากการสำรวจและวิจัยเพื่อพัฒนาสินค้าและบริการที่ตอบโจทย์ความต้องการของลูกค้าตามแนวคิด “สร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น” (Create A Better Living) ครอบคลุมการออกแบบตั้งแต่ฟังก์ชันต่าง ๆ ภายในบ้าน และพื้นที่ส่วนกลางทุกโครงการ ดังนี้
- Living Space บ้านที่ดี คือบ้านที่ทุกคนสามารถใช้ชีวิตร่วมกันได้ โดยออกแบบพื้นที่ให้เป็นพื้นที่เชื่อมต่อกัน (Co-nection Concept) แต่ยังคงความเป็นส่วนตัว เช่น ห้องนั่งเล่น ห้องทานอาหาร ห้องครัว ที่ทุกคนสามารถมองเห็นกันแต่ก็ยังคงความเป็นส่วนตัว ในขณะเดียวกัน พื้นที่ส่วนกลางจะต้องเปิดให้สมาชิกทุกคนในครอบครัวเข้าถึงได้ง่าย เป็นสัดส่วนและตอบรับการใช้งานทุกวัน
- Health & Well-Being บ้านที่ดี คือบ้านที่ทุกคนมีสุขภาพกายและใจที่ดี ออกแบบพื้นที่ด้วยการนำธรรมชาติมาเชื่อมโยงให้เป็นส่วนหนึ่งของการใช้ชีวิต ให้ผู้พักอาศัยได้กลับคืนสู่ความสงบ และได้สัมผัสความงดงามของธรรมชาติที่ห่างหายจากชีวิตเมือง รวมถึงการออกแบบบ้านให้ตอบรับการใช้ชีวิตในโลกที่เปลี่ยนแปลง เพื่อทำให้มีสุขภาพกายและใจที่ดี
- Ideal Society บ้านที่ดี คือสร้างแนวคิดสังคมต้นแบบที่ดีกว่า โดยออกแบบที่พักอาศัยและสังคมที่สามารถสะท้อนสถานภาพและตอบความต้องการในแต่ละช่วงชีวิต ด้วยที่พักอาศัยและสังคมสร้างเสร็จพร้อมเข้าอยู่ รายล้อมด้วยธรรมชาติร่มรื่น ให้ผู้พักอาศัยเริ่มชีวิตดี ๆ ได้ตั้งแต่วันแรกที่เข้าอยู่ เป็นสังคมต้นแบบสำหรับทุก ๆครอบครัว
- Safe & Sound บ้านที่ดี คือบ้านที่อยู่แล้วอุ่นใจ โดยให้ความสำคัญกับความปลอดภัยมาเป็นอันดับหนึ่ง คุณภาพ ความแข็งแรงคงทน การออกแบบที่ใส่ใจในรายละเอียด และวัสดุที่คัดเลือกมาอย่างพิถีพิถัน ตลอดจนระบบรักษาความปลอดภัยที่เข้มข้นตลอด 24 ชม. ทั้งภายในและภายนอก เพื่อให้ผู้พักอาศัยรู้สึกอุ่นใจและปลอดภัย
แนวปฏิบัติด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านสินค้าและบริการ
บริษัทให้ความสำคัญกับการสร้างนวัตกรรมและเทคโนโลยีสำหรับสินค้าและบริการของบริษัท เพื่อให้ลูกค้าและผู้ที่สนใจศึกษาและใช้สินค้าและบริการ มีความสะดวกสบายและมีชีวิตที่ดีกว่าตามเจตนารมณ์และความมุ่งมั่นที่บริษัทกำหนดไว้ โดยได้กำหนดแนวปฏิบัติเพื่อให้มีนวัตกรรมและเทคโนโลยีด้านสินค้าและบริการเพื่อตอบสนองชีวิตที่ดีกว่า ดังนี้
- ทำความเข้าใจบริบทของอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ ทั้งในด้านพฤติกรรมและความต้องการของผู้บริโภค การเปลี่ยนแปลงทางสังคม และความก้าวหน้าทางเทคโนโลยี รวมถึงข้อมูลความต้องการ ความคาดหวัง ความกังวลที่ได้จากกระบวนการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า
- วิเคราะห์กระบวนการดำเนินงานในห่วงโซ่คุณค่า เพื่อสรุปช่องว่างในการพัฒนา (Gap analysis) เมื่อเทียบกับบริบทของอุตสาหกรรมฯ ดังกล่าว
- สร้างต้นแบบการพัฒนาสินค้าและบริการโดยใช้เทคโนโลยีเข้ามาช่วยเสริมให้เกิดประสิทธิภาพทั้งในด้านของเวลาและค่าใช้จ่าย
- ดำเนินการทดสอบสินค้าและบริการนั้น เพื่อสรุปผลการใช้งานและดำเนินการปรับปรุง (ถ้ามี)
- พัฒนาเป็นสินค้าและบริการจริง พร้อมทั้งอบรมให้ความรู้ ความเข้าใจเกี่ยวกับการใช้งานแก่พนักงานในส่วนงานที่เกี่ยวข้องเพื่อให้มั่นใจว่าสามารถสื่อสารกับลูกค้า สื่อสารทางการตลาด ตลอดจนบุคคลภายนอก ได้ตรงตามวัตถุประสงค์และอย่างมีความรับผิดชอบ
- ติดตามและตรวจสอบสินค้าและบริการนั้นอย่างสม่ำเสมอ ภายใต้กระบวนการบริหารความสัมพันธ์กับลูกค้า ดำเนินการรวบรวมข้อมูลเพื่อการพัฒนาอย่างต่อเนื่อง
แนวปฏิบัติการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทเล็งเห็นถึงความสำคัญต่อการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล และมีนโยบายที่จะปฏิบัติตามกฎหมายและกฎเกณฑ์ที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลตามพระราชบัญญัติคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลพ.ศ. 2562 โดยบริษัทได้มีการบริหารจัดการ ดังนี้
- จัดทำนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลดังกล่าว
- แต่งตั้งผู้จัดการอาวุโสฝ่ายเทคโนโลยีสารสนเทศ เป็นเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (Data Protection Officer: DPO) ของบริษัท พร้อมด้วยคณะทำงานด้านการคุ้มครองส่วนบุคคลที่มาจากส่วนงานต่าง ๆ ทั่วทั้งองค์กร จำนวน 12 คน
- กำหนดบทบาทหน้าที่และความรับผิดชอบของเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งมีหน้าที่หลักในการบริหารจัดการกำกับดูแลพนักงานเกี่ยวกับการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลของบริษัท เพื่อให้เป็นไปตามนโยบายการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลและระเบียบปฏิบัติ และเป็นผู้ให้แนวทางการตัดสินใจในเรื่องการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล
- กำหนดให้มีการทบทวนและปรับปรุงระเบียบปฏิบัติ ปีละ 1 ครั้ง หรือเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงที่มีนัยสำคัญ เพื่อให้สอดคล้องกับกฎหมายที่เกี่ยวข้องและมีความเป็นปัจจุบัน
- กำหนดบทลงโทษ หากมีการละเมิดฝ่าฝืน ไม่ปฏิบัติตามระเบียบปฏิบัติที่บริษัทกำหนด ให้ลงโทษทางวินัยตั้งแต่ตักเตือน คาดโทษ พักงาน เลิกจ้าง และอาจมีการดำเนินคดีทางกฎหมายได้
แนวปฏิบัติ/มาตรการในการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล
บริษัทมีแนวปฏิบัติและมาตรการรักษาความปลอดภัยของข้อมูลส่วนบุคคล (Data Security) ของลูกค้าอย่างเคร่งครัด และเคารพในความเป็นส่วนตัวของลูกค้ารวมถึงดำเนินการตามที่กฎหมายกำหนด ดังนี้
- จัดหมวดหมู่ให้ข้อมูลส่วนบุคคลเป็นข้อมูลลับ (Confidential Information)
- มีมาตรการในการบริหารจัดการข้อมูล (Organizational Measure) และมาตรการเชิงเทคนิค (Technical Measure) เพื่อป้องกันการดักฟัง การปลอมแปลง การเข้าถึง การใช้งาน หรือการเปลี่ยนแปลงโดยไม่ได้รับอนุญาต เช่น ระบบสารสนเทศในการรักษาความปลอดภัย นโยบายการรักษาข้อมูลความลับของลูกค้า เป็นต้น
- กำหนดให้ พนักงาน ลูกจ้าง และผู้ให้บริการภายนอกของบริษัท คู่ค้า หน่วยงานจากภายนอก หรือผู้ให้บริการ มีหน้าที่ต้องรักษาความลับของข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า ตามสัญญารักษาความลับที่ได้ลงนามไว้กับบริษัท
- จัดทำกระบวนการเพื่อจัดการกับการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล (Data Breach) และจะแจ้งให้ลูกค้าทราบหากข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าถูกละเมิด โดยจะมีการดำเนินการเป็นไปตามที่กฎหมายกำหนด
แนวปฏิบัติเกี่ยวกับการใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้าในด้านการตลาดและการโฆษณา
มีกลไกการควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล ดังนี้
- บริษัทจัดอบรมเพื่อสร้างความเข้าใจและความตระหนักเกี่ยวกับข้อมูลส่วนบุคคลและวิธีการบริหารจัดการข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อป้องกันการรั่วไหลและการนำข้อมูลส่วนบุคคลไปใช้โดยไม่ได้รับอนุญาต
- บริษัทกำหนดชั้นของข้อมูลและสิทธิการเข้าถึงข้อมูลสำหรับพนักงาน โดยพนักงานจะสามารถเข้าถึงข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับบทบาทและความรับผิดชอบของตนเท่านั้น
- บริษัทอาจใช้ข้อมูลส่วนบุคคลของลูกค้า ข้อมูลทางเทคนิคและการใช้งาน (Technical and Usage Data) และ ข้อมูลความสนใจ (Profile Data) ของลูกค้า เพื่อวิเคราะห์และนำเสนอผลิตภัณฑ์หรือบริการที่เหมาะสมให้กับลูกค้า รวมถึงเพื่อแจ้งข้อมูลข่าวสาร นำเสนอสิทธิประโยชน์และโปรโมชั่นต่าง ๆ ลูกค้าสามารถเลือกที่จะปฏิเสธการรับข้อมูลข่าวสารด้านการตลาดในช่องทางต่าง ๆ
- ลูกค้าสามารถปฏิเสธไม่รับข่าวสารจากบริษัทได้ โดยส่งอีเมลมาที่ DPO@lh.co.th ในกรณีที่ลูกค้าเลือกที่จะปฏิเสธไม่รับข่าวสารทางการตลาด การยกเลิก/ปฏิเสธนี้ จะไม่มีผลกระทบต่อผลิตภัณฑ์หรือการให้บริการแก่ลูกค้าหรือธุรกรรมอื่นใดที่ลูกค้ามีกับบริษัท
- กำหนดวิธีการจัดการข้อร้องเรียน หากลูกค้ามีข้อร้องเรียนในการละเมิดข้อมูลส่วนบุคคล ซึ่งสามารถดำเนินการโดยติดต่อมายังบริษัทที่อาคารคิวเฮ้าส์ ลุมพินี ชั้น 37-38, 1 ถนนสาทรใต้ แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กทม. โทรศัพท์ 02 230-8900 หรืออีเมล: DPO@lh.co.th
โดยข้อร้องเรียนทั้งหมดจะถูกส่งต่อไปยังเจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลเพื่อทำการตรวจสอบและให้คำแนะนำเกี่ยวกับการแก้ไขหรือการตอบสนองที่เหมาะสม ข้อร้องเรียนที่เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลได้รับจากช่องทางใดก็ตามจะดำเนินการสืบสวนและส่งต่อไปยังหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยข้อร้องเรียนทั้งหมดจะได้รับการแก้ไขภายในระยะเวลาที่เหมาะสม เว้นแต่เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลมีความจำเป็นต้องขยายระยะเวลาดังกล่าวออกไป