การบริหารความเสี่ยงและการจัดการภาวะวิกฤต
นโยบายและการบริหารความเสี่ยง
บริษัทตระหนักถึงการดำเนินธุรกิจภายใต้การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดล้อมทางธุรกิจที่รวดเร็วในปัจจุบัน ซึ่งอาจส่งผลกระทบต่อความสามารถในการบรรลุเป้าหมายการขับเคลื่อนองค์กรสู่ความยั่งยืน ดังนั้นการบริหารจัดการความเสี่ยงจึงนับเป็นกระบวนการที่สำคัญและจำเป็นในการจัดการและวางแผนรองรับความไม่แน่นอนทั้งปัจจัยภายในและภายนอก เพื่อช่วยเสริมสร้างศักยภาพและโอกาสทางธุรกิจ ตลอดจนสนับสนุนให้องค์กรบรรลุเป้าหมายทั้งระยะสั้นและระยะยาว และสร้างความเชื่อมั่นต่อผู้มีส่วนได้เสียทุกฝ่าย
บริษัทกำหนดนโยบายการบริหารความเสี่ยงเพื่อเป็นแนวทางการดำเนินงาน และเป็นการสื่อสารให้กับผู้ที่เกี่ยวข้องทุกฝ่ายรับทราบและนำไปปฏิบัติในทิศทางเดียวกัน โดยบริษัทกำหนดหน้าที่รับผิดชอบในกระบวนการบริหารความเสี่ยงครอบคลุมตั้งแต่คณะกรรมการบริษัท ผู้บริหาร ตลอดจนพนักงานทุกสายงานและทุกฝ่าย รวมถึงกำหนดให้มีการทบทวนความเหมาะสมของนโยบายตามการเปลี่ยนแปลงของความเสี่ยงที่มีผลกระทบต่อองค์กรอย่างน้อยปีละครั้ง ทั้งนี้ ยังรวมไปถึงการส่งเสริมการสร้างวัฒนธรรมด้านการบริหารความเสี่ยงให้เกิดขึ้นภายในบริษัท เพื่อให้เกิดความเข้าใจร่วมกันและมีจิตสำนึกในเรื่องความเสี่ยง อันจะนำไปสู่การพัฒนาและปรับปรุงกระบวนการบริหารความเสี่ยงให้เกิดประสิทธิภาพ
แนวทางการบริหารจัดการ
บริษัทจัดให้มีการบริหารจัดการความเสี่ยงอย่างเป็นระบบ โดยกำหนดกรอบการบริหารจัดการความเสี่ยง โดยอ้างอิงหลักการบริหารความเสี่ยงตามมาตรฐานสากลที่กำหนดขึ้นโดย The Committee of Sponsoring Organizations of the Treadway Commission, September 2004 (COSO ERM) และ The International Organization for Standardization (ISO 31000:2009 Risk Management) ซึ่งครอบคลุมความเสี่ยงด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงและการพัฒนาอย่างยั่งยืน

การส่งเสริมการสร้างวัฒนธรรมองค์กรด้านการบริหารความเสี่ยง
บริษัทส่งเสริมการสร้างวัฒนธรรมองค์กรด้านการบริหารความเสี่ยง โดยกำหนดให้ทุกฝ่ายมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการความเสี่ยงผ่านการทำหน้าที่เป็นเจ้าของความเสี่ยง โดยเริ่มตั้งแต่การระบุความเสี่ยง การวิเคราะห์และประเมินความเสี่ยง เพื่อกำหนดมาตรการในการจัดการความเสี่ยง รวมถึงการติดตามและประเมินผลความเสี่ยง ตลอดจนการสื่อสารและรายงานระดับและสถานะความเสี่ยงของหน่วยงานผ่านผู้ประสานงานความเสี่ยง เพื่อนำเสนอต่อผู้บริหารระดับสูงและคณะกรรมการบริหารความเสี่ยงและการพัฒนาอย่างยั่งยืน
ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่มีผลต่อการดำเนินธุรกิจ
การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศถือเป็นวาระระดับโลกที่มีความสำคัญและเร่งด่วน ส่งผลกระทบทั้งด้านสิ่งแวดล้อม และการปรับตัวทั้งทางด้านเศรษฐกิจและสังคม ซึ่ง World Economic Forum จัดให้ปัญหาการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศเป็นความเสี่ยงในลำดับต้น ๆ ของโลก บริษัทตระหนักว่าความเสี่ยงจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศนั้นเป็นสิ่งที่จำเป็นและเป็นประเด็นสำคัญที่ต้องคำนึงถึง เพื่อให้สามารถควบคุมผลกระทบของความเสี่ยงและสามารถกำหนดวิธีการที่บริษัทจะสามารถปรับตัวและเติบโตต่อไปได้ภายใต้ความเสี่ยงนี้ บริษัทจึงได้มอบหมายให้คณะกรรมการบริหารความเสี่ยงและการพัฒนาอย่างยั่งยืน ทำหน้าที่รับผิดชอบในการพิจารณา กำหนด ทบทวนและปรับปรุงกลยุทธ์ด้านการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ รวมถึงการจัดการความเสี่ยงและโอกาสที่อาจเกิดขึ้นและนำเสนอต่อคณะกรรมการบริษัท รวมถึงการกำกับดูแลและติดตามให้มีการปฏิบัติตามกลยุทธ์ดังกล่าว
บริษัทได้ระบุความเสี่ยงและโอกาสที่เกี่ยวข้องกับการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศที่สำคัญทั้งความเสี่ยงจากการเปลี่ยนผ่าน (Transition Risk) และความเสี่ยงทางกายภาพ (Physical Risk) รวมถึงกำหนดกลยุทธ์ ดังนี้
ความเสี่ยงจากการเปลี่ยนผ่าน
| ลำดับ | ประเภท | กรอบเวลาของผลกระทบ | ความเสี่ยงและโอกาส | ผลกระทบด้านการเงินที่อาจจะเกิดขึ้น |
|---|---|---|---|---|
| 1 | นโยบายและกฎหมาย | ระยะกลางและระยะยาว 3-20 ปี |
|
|
| 2 | การเปลี่ยนแปลงเทคโนโลยี | ระยะกลาง 3-10 ปี |
|
|
| 3 | การตลาด | ระยะยาวมากกว่า 10 ปีขึ้นไป |
|
|
| 4 | ชื่อเสียง | ตลอดระยะเวลา |
|
|
กลยุทธ์ในการบริหารความเสี่ยงจากการเปลี่ยนผ่าน
- กำหนดนโยบายและเป้าหมายที่ครอบคลุมถึงการใช้ทรัพยากรอย่างมีประสิทธิภาพ การใช้พลังงานทดแทน และการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกเพื่อมุ่งสู่การเป็นองค์กรคาร์บอนต่ำในอนาคต
- นำผลการสำรวจและผลการศึกษาความต้องการของผู้บริโภคมาปรับใช้ในการออกแบบและพัฒนานวัตกรรมของสินค้าและบริการ
- สนับสนุนการพัฒนานวัตกรรมและเทคโนโลยีที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
- ติดตามและทบทวนผลการดำเนินงานในการลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจก
กลยุทธ์ในการบริหารความเสี่ยงจากการเปลี่ยนผ่าน
| ลำดับ | ประเภท | กรอบเวลาของผลกระทบ | ความเสี่ยงและโอกาส | ผลกระทบด้านการเงินที่อาจจะเกิดขึ้น |
|---|---|---|---|---|
| 1 | ภัยพิบัติหรือการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแบบฉับพลัน | ระยะกลาง 3-10 ปี |
|
|
| 2 | การเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศแบบถาวร | ระยะยาว 10 ปีขึ้นไป |
|
|
กลยุทธ์ในการบริหารความเสี่ยงทางกายภาพ
- จัดทำระบบบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ
- การบริหารจัดการด้านความปลอดภัยในการปฏิบัติงาน
การจัดการภาวะวิกฤต
บริษัทตระหนักถึงการตอบสนองต่อความเสี่ยงสำคัญที่ส่งผลกระทบต่อการดำเนินธุรกิจ ไม่ว่าจะเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นจากธรรมชาติ อาทิ น้ำท่วมฉับพลัน โรคระบาด รวมถึงสิ่งที่เกิดขึ้นจากการกระทำของมนุษย์ อาทิ ไฟไหม้ เหตุชุมนุมประท้วง เหตุจลาจล และการโจมตีทางไซเบอร์ ซึ่งเป็นความเสี่ยงหนึ่ง บริษัทจึงได้นำระบบบริหารความต่อเนื่องทางธุรกิจ (Business Continuity Management System : BCMS) มาจัดทำแนวทางปฏิบัติ เพื่อให้การดำเนินธุรกิจของบริษัทเป็นไปอย่างต่อเนื่อง และได้มีการสื่อสารให้กับพนักงานทุกฝ่ายรับทราบและทำความเข้าใจในแนวทางปฏิบัติ ดังนี้
- กำหนดฝ่ายงานหลักหรือหน่วยงานที่ทำหน้าที่ตามแผนรับมือภาวะวิกฤต รวมถึงคณะกรรมการจัดการเหตุภัยพิบัติ
- จัดทำแผนการป้องกันและรับมือ : กำหนดขั้นตอนการปฏิบัติ จัดตั้งศูนย์บัญชาการบริหารภาวะวิกฤต และจัดเตรียมสถานปฏิบัติงานสำรอง
- จัดให้มีการฝึกซ้อมตามแผนการป้องกันและรับมือ : กำหนดให้มีการฝึกซ้อมเป็นประจำทุกปี เพื่อให้มั่นใจว่าผู้บริหาร และพนักงานทุกคน ได้รับทราบถึงบทบาทหน้าที่และสิ่งที่ต้องปฏิบัติเมื่อเกิดภาวะวิกฤตขึ้น อีกทั้งสามารถช่วยให้สามารถบ่งชี้ให้เห็นถึงข้อบกพร่องของมาตรการรับมือที่ได้กำหนดไว้ เพื่อจะได้ทำการปรับปรุงแก้ไขให้เหมาะสม
การป้องกันและรับมือกับสถานการณ์โรคระบาด
ในส่วนของการป้องกันและรับมือกับสถานการณ์โรคระบาด บริษัทได้จัดตั้งคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่อทำหน้าที่ในการบริหารจัดการในการป้องกันและรับมือกับสถานการณ์ ภายใต้แนวปฏิบัติดังนี้
