แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ไตรมาส 2 / 2546 มีกำไร 1,566 ล้านบาท เติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อน 49 %

นายอนันต์ อัศวโภคิน ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด(มหาชน) เปิดเผยถึงการดำเนินธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ของบริษัทฯ ในไตรมาสที่ 2 / 2546 นี้ว่า บริษัทฯ และบริษัทย่อยมีรายได้จากการส่งมอบบ้านรวมทั้งสิ้น 4,403 ล้านบาท คิดเป็นจำนวนบ้าน 1,567 ยูนิต เมื่อเปรียบเทียบสัดส่วนยอดโอนบ้านของบริษัทฯ กับยอดโอนรวมเฉพาะบ้านเดี่ยวโครงการจัดสรรในเขตกรุงเทพฯและปริมณฑล แล้ว บริษัทฯ มีส่วนแบ่งอยู่ร้อยละ 22

นายอนันต์ ได้กล่าวเพิ่มเติมถึง ภาพรวมของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2546 นี้ว่า ที่อยู่อาศัยจดทะเบียนเพิ่มในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ทุกประเภทรวมทั้งสิ้น 19,123 หน่วย เติบโตจากช่วงเดียวกันของปีก่อนอยู่ร้อยละ 3.55 โดยที่อยู่อาศัยรวมทุกประเภทของจัดสรรมีสัดส่วนการเติบโตสูงสุดคิดเป็นร้อยละ 5.16

เปรียบเทียบยอดจดทะเบียนเพิ่มประเภทบ้านเดี่ยว มกราคม - มิถุนายน

บ้านเดี่ยว จำนวนยูนิต ปี 2545 จำนวนยูนิต ปี 2546 เปลี่ยนแปลง
ประเภทสร้างเอง 8,519 8,532 15 %
ประเภทจัดสรร 3,386 5,583 65 %
รวมทั้งหมด 11,905 14,115 19 %

เปรียบเทียบยอดจดทะเบียนเพิ่มของที่อยู่อาศัยประเภทจัดสรร มกราคม - มิถุนายน

ประเภท จำนวนยูนิต ปี 2545 จำนวนยูนิต ปี 2546 เปลี่ยนแปลง
บ้านแฝด 6 362 5,933 %
ทาวน์เฮ้าส์และอาคารพาณิชย์ 4,213 3,444 - 18 %
อาคารชุด 1,719 416 - 76 %

ถึงแม้ทาวน์เฮ้าส์และอาคารพาณิชย์มียอดจดทะเบียนลดลงในครึ่งปีแรกเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2545 ก็ตาม แต่เมื่อเทียบความต่อเนื่องจากครึ่งปีหลังในปี 2545 ซึ่งมียอดจดทะเบียน 1,518 หน่วยและในครึ่งปีแรกของปี 2546 มียอด 3,444 หน่วยแล้ว ยอดจดทะเบียนได้มีการเติบโตถึง 1,925 หน่วย เพิ่มขึ้นร้อยละ 127 สาเหตุที่ยอดจดทะเบียนเริ่มลดลงในช่วงครึ่งปีแรกของปี 2546 นั้น มาจากทาวน์เฮ้าส์ที่เคยค้างอยู่ในตลาดได้ถูกระบายออกไปหมดแล้วและยังไม่มีการสร้างใหม่ขึ้นมาทดแทน
อาคารชุด ยังมียอดจดทะเบียนลดลงอย่างต่อเนื่องถึงแม้ว่ามีอุปสงค์เพิ่มขึ้นก็ตาม แต่อุปทานใหม่ในตลาดเกิดขึ้นได้ยาก เนื่องจากกฎระเบียบต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง

กล่าวโดยรวม แม้ตลาดที่อยู่อาศัยยังคงเติบโตอย่างต่อเนื่องจากช่วงเดียวกันของปี 2545 แต่เป็นการเติบโตไปตามประสิทธิภาพของอุปทานที่จะตอบสนองให้ทันกับอุปสงค์ที่เติบโตเร็วมากและไม่ได้ก่อให้เกิดอุปทานล้นตลาด แต่เป็นไปตามการปรับตัวระหว่างอุปทานและอุปสงค์ที่เกิดขึ้นจริงในตลาดที่อยู่อาศัย

ภาวะธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในช่วงสิ้นปี 2546 ตลาดที่อยู่อาศัยจะมีการแข่งขันกันมากยิ่งขึ้น เพราะผู้ประกอบการต้องการเร่งทำยอดโอนบ้านให้ทันก่อนสิ้นปี ขณะเดียวกันทางด้านผู้บริโภคก็จะรีบตัดสินใจซื้อบ้านภายในสิ้นปีนี้เช่นเดียวกัน เนื่องจากมาตรการสนับสนุนของภาครัฐบาลในเรื่องการลดหย่อนค่าธรรมเนียมการโอน ค่าจำนองและภาษีธุรกิจเฉพาะ จะหมดอายุภายในเดือนธันวาคม 2546 นี้

นายอดิศร ธนนันท์นราพูล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ได้เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานของบริษัทฯ และบริษัทย่อยประจำไตรมาส 2 / 2546 นี้ว่า มีกำไรทั้งสิ้น 1,566 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 49 % เมื่อเทียบกับกับช่วงเดียวกันของปีก่อน ซึ่งมีกำไรสุทธิ 1,049 ล้านบาท ผลการดำเนินงานที่เติบโตขึ้นในไตรมาสที่ 2 / 2546 เกิดจากสาเหตุหลายประการดังต่อไปนี้

  1. บริษัทฯ และบริษัทย่อย มียอดขายอันเกิดจากการโอนบ้านรวมทั้งสิ้น 4,403 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากช่วงเดียวกันของปี 2545 คิดเป็น 16.08 %
  2. อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหารต่อยอดขาย ของบริษัทฯ และบริษัทย่อย ลดลงมาอยู่ที่ระดับที่น่าจะต่ำที่สุดเมื่อเทียบกับทั้งอุตสาหกรรม คือเหลือเพียงร้อยละ 7.0 ของยอดขาย โดยลดลงจากระดับร้อยละ 8.3 ของยอดขายในไตรมาสที่ 2/2545 ทั้งนี้เพราะประสิทธิภาพของระบบงานภายในของบริษัทฯ ทำให้สามารถรองรับปริมาณงานที่เพิ่มขึ้นด้วยปริมาณพนักงานเท่าเดิม
  3. ดอกเบี้ยจ่ายในไตรมาสที่ 2/2546 ลดลงประมาณ 50 ล้านบาท เมื่อเทียบกับไตรมาสที่ 2/2545 เนื่องจากบริษัทฯ สามารถลดภาระหนี้ลงอย่างต่อเนื่อง และต้นทุนการเงินที่ลดลงอันเนื่องมาจากอัตราดอกเบี้ยของตลาดโดยรวมลดลง รวมทั้งหันมากู้เงินจากตลาดทุนในสัดส่วนที่สูงขึ้น

ทางด้านฐานะการเงินของบริษัทฯและบริษัทย่อยนั้น ในรอบครึ่งปีที่ผ่านมาได้มีการคืนเงินกู้ประมาณ 2,000 ล้านบาท ในขณะที่ส่วนของผู้ถือหุ้นเพิ่มขึ้นกว่า 2,700 ล้านบาท อันเกิดจากผลกำไรที่ทำได้ในรอบครึ่งปี ทำให้สัดส่วนหนี้สินต่อทุนของบริษัทฯ และบริษัทย่อย ลดลงจาก 0.40 : 1 เมื่อสิ้นปี 2545 เหลือเพียง 0.25 : 1 เมื่อสิ้นไตรมาสที่ 2/2546 นอกจากนี้ สัดส่วนเงินกู้จากสถาบันการเงินเทียบกับยอดเงินกู้ทั้งหมด ได้ลดลงอย่างมากจากร้อยละ 40 ของยอดเงินกู้เมื่อปลายปีที่แล้ว เหลือเพียงร้อยละ 7.7 ของยอดเงินกู้ทั้งหมด ณ สิ้นไตรมาสที่ 2/2546

จากฐานะการเงินดังกล่าวประกอบกับสภาพคล่องในมือที่มีอยู่ประมาณ 1,200 ล้านบาท ณ สิ้นไตรมาส 2 คณะกรรมการของบริษัทฯ จึงพิจารณาให้มีการจ่ายเงินปันผลระหว่างกาลให้แก่ผู้ถือหุ้นในอัตรา 0.20 บาทต่อหุ้น ซึ่งมากกว่าเงินปันผลทั้งหมดที่จ่ายเมื่อปีที่แล้ว (ในปี 2545 บริษัทฯ จ่ายปันผลระหว่างกาลในอัตราหุ้นละ 0.07 บาท และจ่ายปันผลในครึ่งปีหลังอีกหุ้นละ 0.10 บาท รวมเป็น 0.17 บาทต่อหุ้น)

นายนพร สุนทรจิตต์เจริญ รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวถึงนโยบายในการพัฒนาโครงการในปี 2546 นี้ว่า ในปีนี้บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายยอดขายเพิ่มขึ้นร้อยละ 20 ซึ่งปี 2545 ที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้ส่งมอบบ้านให้ลูกค้าทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดจำนวน 2,800 ยูนิต ดังนั้นในปี 2546 จะมียอดส่งมอบบ้านให้กับลูกค้าประมาณ 3,300 ยูนิต โดยในครึ่งปีแรก บริษัทฯ และบริษัทย่อยมียอดส่งมอบบ้านรวมทั้งสิ้น 1,567 ยูนิต

ในปี 2546 บริษัทฯ มีโครงการที่เปิดดำเนินงานรวมทั้งสิ้น 37 โครงการ เป็นโครงการในกรุงเทพฯ และปริมณฑล 31 โครงการ และในภูมิภาค 6 โครงการ ในจำนวนนี้เป็นโครงการที่เปิดใหม่ในกรุงเทพฯ และปริมณฑล 14 โครงการ คิดเป็นมูลค่าโครงการประมาณ 22,000 ล้านบาท โดยในช่วงครึ่งปีแรกได้เปิดไปแล้ว 5 โครงการ และมีแผนเตรียมเปิดในครึ่งปีหลังอีก 9 โครงการ ซึ่งเป็นโครงการบ้านเดี่ยว 8 โครงการและเป็นวิลล่าเฮ้าส์ขนาด 4 ชั้นริมแม่น้ำเจ้าพระยา บนถนนเจริญกรุงอีก 1 โครงการ ส่วนแผนการปิดโครงการในปีนี้มีจำนวน 10 โครงการ ทำให้ ณ สิ้นปี 2546 บริษัทฯ จะมีโครงการที่เปิดดำเนินงานในกรุงเทพฯ ปริมณฑลและภูมิภาครวมทั้งสิ้น 27 โครงการ

สำหรับแผนเปิดโครงการใหม่ในปี 2547 นั้น บริษัทฯ ตั้งเป้าหมายที่จะเปิด 16 โครงการ ซึ่งเป็นโครงการบ้านเดี่ยวในกรุงเทพฯ และปริมณฑล 12 โครงการ และเป็นโครงการคอนโดมิเนียมในเมืองอีก 4 โครงการ ดังนั้นในปี 2547 บริษัทฯ จะมีโครงการที่เปิดดำเนินงานทั้งสิ้น 43 โครงการ