นายอนันต์ อัศวโภคิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด(มหาชน) เปิดเผยถึงภาพรวมของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ปี 2545 นี้ว่า สภาวะที่อยู่อาศัยจดทะเบียนเพิ่มในกรุงเทพฯ และปริมณฑล 8 เดือนแรกของปี 2545 มีจำนวน 24,111 ยูนิต เติบโตขึ้น 3.2% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปี 2544 โดยที่อยู่อาศัยประเภทสร้างเองลดลง คือจาก 12,809 หน่วย เป็น 12,537 หน่วย หรือลดลง 2.1 % ส่วนที่อยู่อาศัยประเภทจัดสรรนั้นขยายตัวเพิ่มขึ้น 10% คาดว่าตัวเลขที่อยู่อาศัยประเภทจัดสรรทั้งปี 2545 จะอยู่ที่ประมาณ 17,500 หน่วย ซึ่งเท่ากับเพียง 12.4 % ของตัวเลขจดทะเบียนที่เกิดขึ้นก่อนวิกฤตในปี 2538 เท่านั้น แสดงให้เห็นว่า โดยรวมแล้วตลาดที่อยู่อาศัยประเภทจัดสรรยังมีโอกาสที่จะเติบโตได้อีกมากและต้องใช้เวลาอีกหลายปีถึงจะสามารถมียอดจดทะเบียนเพิ่มได้ใกล้เคียงกับช่วงก่อนเกิดวิกฤต
| ประเภท | 2538 | 2539 | 2540 | 2541 | 2542 | 2543 | 2544 | 2545 ประมาณการ | 2544 ม.ค. - ส.ค. | 2545 ม.ค. - ส.ค. |
| สร้างเอง | 32,118 | 28,059 | 27,418 | 22,716 | 15,497 | 18,064 | 19,639 | 19,000 | 12,809 | 12,537 |
| จัดสรร | 140,301 | 138,726 | 117,937 | 41,148 | 17,885 | 13,964 | 14,384 | 17,500 | 10,559 | 11,574 |
| รวม | 172,419 | 166,785 | 145,355 | 63,864 | 33,382 | 32,028 | 34,023 | 36,500 | 23,368 | 24,111 |
สำหรับบ้านเดี่ยวจัดสรรช่วง ม.ค. - ส.ค. เติบโตขึ้น 30% เมื่อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปี 2544 จาก 3,817 หน่วยเป็น 4,960 หน่วย จะเห็นได้ว่าตัวเลขบ้านเดี่ยวจดทะเบียนในปัจจุบันอยู่ที่ระดับเพียง 35 % ของตัวเลขก่อนวิกฤตปี 2538 ในขณะที่แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ สามารถโอนบ้านเพิ่มขึ้นเกือบร้อยเปอร์เซ็นต์เมื่อเทียบกับปี 2538
| บ้านเดี่ยว | 2538 | 2539 | 2540 | 2541 | 2542 | 2543 | 2544 | 2545 ประมาณการ | 2544 ม.ค. - ส.ค. | 2545 ม.ค. - ส.ค. |
| จัดสรรทั้งหมด | 20,793 | 19,332 | 14,798 | 3,356 | 2,797 | 6,489 | 5,802 | 7,500 | 3,817 | 4,960 |
| LH รวม | 1,216 | 1,411 | 1,387 | 1,271 | 823 | 1,084 | 1,711 | 2,250 | 1,045 | 1,500 |
สำหรับทาวน์เฮ้าส์จัดสรรนั้น ช่วง ม.ค. - ส.ค. เติบโตขึ้นถึง 102% จาก 2,423 หน่วย เป็น 4,885 หน่วย โดยในปัจจุบันแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ไม่มีส่วนแบ่งใดๆ ในตลาดนี้เลยในขณะที่หลายปีก่อน แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ เคยมียอดโอนสูงถึงกว่า 1,600 หน่วย (ในปี 2539)
| ทาวน์เฮ้าส์ | 2538 | 2539 | 2540 | 2541 | 2542 | 2543 | 2544 | 2545 ประมาณการ | 2544 ม.ค. - ส.ค. | 2545 ม.ค. - ส.ค. |
| จัดสรรทั้งหมด | 58,093 | 57,956 | 42,678 | 9,833 | 1,598 | 1,669 | 3,785 | 7,300 | 2,423 | 4,885 |
| LH รวม | 1,350 | 1,642 | 1,412 | 557 | 337 | 180 | 13 | 0 | 13 | 0 |
ในส่วนของตลาดอาคารชุดนั้น จากตัวเลขจดทะเบียนกลับลดลงถึง 60% จาก 4,287 หน่วย เหลือเพียง 1,723 หน่วย เนื่องจากสต็อกที่หมดไปและอุปทานที่เกิดขึ้นใหม่ไม่เพียงพอกับอุปสงค์
| อาคารชุด | 2538 | 2539 | 2540 | 2541 | 2542 | 2543 | 2544 | 2545 ประมาณการ | 2544 ม.ค. - ส.ค. | 2545 ม.ค. - ส.ค. |
| จัดสรรทั้งหมด | 60,477 | 60,744 | 59,561 | 27,788 | 13,416 | 5,633 | 4,693 | 2,600 | 4,287 | 1,723 |
| LH รวม | 0 | 0 | 1 | 66 | 131 | 50 | 2 | 0 | 1 | 0 |
นายอนันต์ ได้เปิดเผยถึงแนวโน้มของตลาดที่อยู่อาศัยในช่วงปลายปีนี้ จนถึงปี 2546 นี้ว่า มีความเชื่อมั่นว่า ความต้องการที่อยู่อาศัยจะมีเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เนื่องจากสภาวการณ์ต่างๆ ที่เอื้ออำนวยต่อการซื้อบ้าน ทั้งทางด้านราคาที่อยู่อาศัยที่ยังไม่ปรับตัวสูงขึ้นมาก ธนาคารมีนโยบายมุ่งเน้นการปล่อยสินเชื่อ จึงมีเงื่อนไขพิเศษทางด้านเงินดาวน์และเสนออัตราดอกเบี้ยสินเชื่อที่ต่ำแก่ผู้ซื้อบ้าน
ในส่วนของแผนงานของบริษัทฯ ในปี 2546 นั้น บริษัทฯ ยังคงมุ่งเน้นขยายตลาดบ้านเดี่ยวดังเดิม และศึกษาความเป็นไปได้ในการเข้าสู่ตลาดประเภททาวน์เฮ้าส์และอาคารชุด เพราะเป็นตลาดที่บริษัทฯ ได้ละทิ้งไปนาน นอกจากนี้ นายอนันต์ยังได้ให้ความเห็นเพิ่มเติมถึงมาตราการของภาครัฐในการส่งเสริมภาคธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่กำลังจะสิ้นสุดลงในปีนี้ ว่าน่าจะมีการขยายระยะเวลาออกไปอีกอย่างน้อย 1 ปี เพื่อให้การฟื้นตัวของภาคธุรกิจนี้เป็นไปอย่างต่อเนื่อง
นายอดิศร ธนนันท์นราพูล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด(มหาชน) ได้เปิดเผยถึงผลประกอบการไตรมาส 3/2545 มีกำไร 1,167 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 131%เมื่อเทียบกับไตรมาส 3/2544 ซึ่งมีกำไรสุทธิเพียง 504 ล้านบาท ในขณะที่ยอดกำไร 9 เดือนแรก 2,735 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 106 % จาก 9 เดือนในปี 2544 โดยมียอดขาย
9 เดือนรวม 11,239 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 55 % จากช่วงเดียวกันในปี 2544 แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ยังมั่นใจตลาดอสังหาริมทรัพย์ขยายตัวเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง เตรียมเปิดโครงการใหม่ไม่ต่ำกว่า 10 โครงการ ภายในปี 2546 ทั้งนี้ได้เปิดเผยถึงสาเหตุที่มีกำไรสุทธิเพิ่มขึ้น 131% ในไตรมาสนี้ว่ามีผลมาจากสาเหตุดังต่อไปนี้
- บริษัทฯ และบริษัทย่อย มียอดขายจากการโอนบ้านในไตรมาสที่ 3/2545 เท่ากับ 4,089 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากไตรมาส 3/2544 ซึ่งมียอดขาย 2,624 ล้านบาท เป็นอัตราเพิ่มขึ้น 55% และนับเป็นสถิติยอดขายสูงสุดต่อไตรมาสของบริษัทฯ
- อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและบริหารต่อยอดขาย ของบริษัทฯ และบริษัทย่อย ลดลงมาอยู่ในระดับที่ต่ำมากเมื่อเทียบกับทั้งอุตสาหกรรม คือเหลือเพียง 7.5% ของยอดขายในไตรมาสที่ 3/2545 เมื่อเทียบกับ 10.3% เมื่อไตรมาส 3/2544 ทั้งนี้เพราะประสิทธิภาพของระบบงานภายในบริษัทฯ ทำให้สามารถรองรับปริมาณงานที่เพิ่มขึ้นโดยไม่ต้องเพิ่มค่าใช้จ่ายมากนัก
- ดอกเบี้ยจ่ายของบริษัทฯ และบริษัทย่อยในไตรมาสที่ 3/2545 ลดลง 59 ล้านบาท เนื่องจากภาระหนี้ที่ลดลง ประกอบกับต้นทุนการกู้เงินที่ลดลงอันเนื่องจากการระดมเงินจากตลาดทุนด้วยการออกหุ้นกู้และตั๋วแลกเงิน (B/E)
ทางด้านฐานะการเงินของบริษัทฯ และบริษัทย่อยนั้น นายอดิศรได้ชี้แจงว่า ยอดหนี้เงินกู้ของบริษัทฯ ได้ลดลงมาโดยตลอด โดยในรอบ 9 เดือนที่ผ่านมา บริษัทฯ ได้คืนเงินกู้ไปประมาณ 1,800 ล้านบาท เมื่อประกอบกับส่วนของผู้ถือหุ้นที่มียอดเพิ่มขึ้นประมาณ 3,600 ล้านบาท ทำให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนลดลงจาก 0.73 : 1 เมื่อสิ้นปี 2544 เหลือเพียง 0.47 : 1 เมื่อสิ้นไตรมาส 3/2545 นอกจากนี้ ยอดเงินสดในมือเมื่อรวมกับเงินลงทุนระยะสั้นก็เพิ่มขึ้นเกือบ 800 ล้านบาท จากเมื่อสิ้นปี 2544
ในส่วนของแผนงานทางด้านการเงินของบริษัทฯ สำหรับปี 2546 นั้น บริษัทฯ คาดว่า จะเตรียมงบสำหรับการซื้อที่ดินจำนวนประมาณ 3,000 ล้านบาท และกันเงินบางส่วนไว้สำหรับการจ่ายเงินปันผลประจำปี ทั้งนี้บริษัทฯ จะยังคงมีเงินสดเหลือเพื่อนำมาลดหนี้เงินกู้ จำนวนประมาณ 3,000 ล้านบาท