แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ แจ้งผลกำไรปี 2544 เท่ากับ 1,551 ล้านบาท พร้อมเตรียมแผนการลงทุนปี 2545

นายอนันต์ อัศวโภคิน ประธานกรรมการและกรรมการผู้จัดการ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) เปิดเผยถึงผลการดำเนินงานของบริษัทฯ และบริษัทย่อยในปี 2544 ว่า มีรายรับจากยอดโอนบ้านรวมทั้งสิ้น 10,410 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2543 คิดเป็นร้อยละ 58 โดยเป็นการโอนมอบบ้านเดี่ยวจำนวน 1,900 ยูนิต ในขณะที่ปี 2543 มียอดโอนมอบบ้านจำนวน 1,500 ยูนิต

ผลการดำเนินงานที่ดีขึ้นในปี 2544 เกิดจากสาเหตุหลายประการ ดังต่อไปนี้

ประการที่ 1. บริษัทฯ และบริษัทย่อยมียอดขายอันเกิดจากการโอนบ้านเพิ่มขึ้น 3,854 ล้านบาท คิดเป็นอัตราเติบโตเพิ่มขึ้น 58% จากปี 2543

ประการที่ 2. บริษัทฯ มีอัตรากำไรขั้นต้นเพิ่มขึ้น 4.1% โดยเพิ่มขึ้นจาก 28.8% เป็น 32.9% โดยเป็นผลมาจากประสิทธิภาพของการบริหารต้นทุนก่อสร้าง

ประการที่ 3. อัตราส่วนค่าใช้จ่ายในการขายและการบริหารต่อยอดขายลดลงเหลือเพียง 9.5% คือลดลงจากระดับ 12.5% ในปี 2543 อันเนื่องมาจากบริษัทฯ หันมาเน้นสร้างบ้านก่อนขายมากขึ้น

ประการที่ 4. ดอกเบี้ยจ่ายในปี 2544 ทั้งปี ลดลงประมาณ 180 ล้านบาท เนื่องจากบริษัทฯ และบริษัทย่อย ได้ทยอยลดภาระหนี้ลงอย่างต่อเนื่อง โดยภายในปี 2544 สามารถลดหนี้ได้ประมาณ 3,500 ล้านบาท ทำให้อัตราส่วนหนี้สินต่อทุนลดลงจาก 1.2 : 1 เมื่อสิ้นปี 2543 มาอยู่ที่ 0.7 : 1 ณ. สิ้นปี 2544

นายอนันต์ ได้ให้ความเห็นเพิ่มเติมถึงแนวโน้มของผลประกอบการในปี 2545 ว่า บริษัทฯ ยังคงได้รับผลดีจากอัตรากำไรขั้นต้นที่ขยายตัวอย่างต่อเนื่อง และภาระดอกเบี้ยจ่ายที่ลดลงอันเนื่องมาจากการทยอยชำระคืนหนี้เงินกู้ของบริษัทฯ รวมถึงผลการดำเนินงานที่จะเติบโตในปี 2545 ซึ่งบริษัทฯ ตั้งเป้าไว้ 20% และผลประกอบการที่คาดว่าจะปรับตัวดีขึ้นของบริษัทย่อยและบริษัทร่วมอีกด้วย

นายอดิศร ธนนันท์นราพูล รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ได้กล่าวถึงแผนการใช้จ่ายการลงทุนและแหล่งเงินทุนในปี 2545 ว่า บริษัทฯ ได้เตรียมงบประมาณการลงทุนไว้ 2,000 ล้านบาท โดยลงทุนซื้อที่ดินเพื่อเตรียมไว้สำหรับการพัฒนาโครงการในปี 2546 ประมาณ 1,500 ล้านบาท และอีก 500 ล้านบาทสำหรับการลงทุนในกองทุนอสังหาริมทรัพย์ ซึ่งเงินทุนจำนวนนี้จะมาจากกระแสเงินสดที่ได้รับจากการดำเนินงานโดยปกติของบริษัท สำหรับที่ดินที่จะนำมาพัฒนาเป็นโครงการที่จะเปิดใหม่ในปีนี้ จำนวนประมาณ 5 โครงการนั้น บริษัทฯ ได้จัดหาไว้เรียบร้อยแล้ว

สำหรับการคาดการผลการดำเนินงานในปี 2545 นั้น นายอดิศรให้ความเห็นเพิ่มเติมว่า บริษัทฯ ยังคงจะมีอัตราการเติบโตของยอดขายเป็นที่น่าพอใจ อย่างไรก็ตาม อัตราการเติบโตของกำไรสุทธิจะดีกว่าอัตราการเติบโตของยอดขาย ทั้งนี้เนื่องมาจาก

ประการที่แรก อัตรากำไรขั้นต้นยังมีโอกาสปรับตัวสูงขึ้น เนื่องมาจากการผลิตในปริมาณมากประกอบกับการเปิดตัวโครงการใหม่ที่มักจะมีกำไรขั้นต้นที่ดีขึ้น

ประการที่ 2. ค่าใช้จ่ายทางด้านการขายและการบริหาร จะมีอัตราการเพิ่มขึ้นที่น้อยกว่าการเพิ่มขึ้นของยอดขาย

ประการที่ 3. ภาระดอกเบี้ยจ่ายของบริษัทฯ ยังมีแนวโน้มที่ลดลงอย่างต่อเนื่อง

ประการที่ 4. คาดว่าผลประกอบการของบริษัทย่อยจะมีแนวโน้มที่ดีขึ้น