"แลนด์แอนด์เฮ้าส์" เมิน "ฟิทช์" ปรับลดอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวเป็น BBB+จากเดิม A- เชื่อไม่กระทบทำให้ต้นทุนออกหุ้นกู้ประมาณ 3,000 ล้านบาทในปีนี้เพิ่มขึ้น แจงการออกหุ้นทุกครั้งจ้าง "ทริส" จัดอันดับเครดิต ไม่เคย "ฟิทช์" ประเมิน ขณะที่"ทริส"ยังไม่ส่งสัญญาณจะปรับลดอันดับเครดิตใดๆ ลง ส่วนยอดขาย-ยอดโอนปัจจุนดีขึ้น
กรณีที่บริษัท ฟิทช์ เรทติ้งส์ (ประเทศไทย) จำกัด ปรับลดอันดับเครดิตภายในประเทศระยะยาวของ LH เป็น "BBB+" จากเดิมที่ระดับ "A-" ซึ่งจะสะท้อนถึงการปรับประมาณการรายได้ของบริษัทลงในช่วงปี 2552-2553 ตามแนวโน้มธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ที่คาดว่าจะถดถอยลง ซึ่งจะส่งผลให้อัตราส่วนหนี้สินของ LH สูงขึ้นในช่วง 18-24 เดือนข้างหน้า และทำให้บริษัทมีความยืดหยุ่นทางการเงินลดลง
นายอดิศร ธนนันท์นราพูล กรรมการและรองกรรมการผู้จัดการ บริษัท แลนด์ แอนด์เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ LH กล่าวว่า การที่ฟิทช์ปรับลดอันดับเดรดิตภายในประเทศระยะยาวของ LH จาก A- เป็น BBB+ นั้น บริษัทคาดว่าจะไม่ส่งผลกระทบทำให้ต้นทุนการออกหุ้นกู้วงเงินประมาณ 3,000 ล้านบาท อายุราว 3-4 ปี ที่ตามแผนบริษัทเตรียมจะออกในช่วงปลายปีนี้ หรือต้นปีหน้าเพิ่มสูงขึ้น เพราะมีความเสี่ยงเพิ่มขึ้นอันเนื่องจากอันดับเครดิตลดลงดังกล่าว
ทั้งนี้ เนื่องจากบริษัทไม่ได้จ้างฟิทช์จัดอันดับเครดิตดังกล่าวให้ และในการออกหุ้นกู้ทุกครั้งบริษัทจะจ้างบริษัท ทริสเรตติ้ง (ประเทศไทย) จำกัด เป็นคนจัดอันดับเครดิตหุ้นกู้ให้ ซึ่งขณะนี้ทริสเองก็ยังคงอันดับเครดิตของ LH ไว้ที่ A และไม่ได้ประกาศปรับลดอันดับเครดิตอะไรออกมาในช่วงนี้ ประกอบกับยังเหลือเวลาอีกหลายเดือนกว่า LH จะออกหุ้นกู้ ถ้าถึงเวลาออกจริง ๆ ฟิทช์ก็อาจจะปรับอันดับเครดิตของ LH ขึ้นมาอยู่ในระดับเดิมก็ได้ ทำให้บริษัทไม่มีความกังวลอะไร
ขณะที่บริษัทหลักทรัพย์ ดีบีเอส วิคเคอร์ส (ประเทศไทย) จำกัด ประเมินกรณีที่ฟิทช์ได้ปรับลดคำแนะนำระยะยาวของ LH เป็น BBB+ จากเดิมที่ A- และคงอันดับเครดิตระยะสั้นเป็น F2 แนวโน้มมีเสถียรภาพ โดยการที่ปรับลดอันดับเครดิตในระยะยาว สะท้อนผลการดำเนินงานปี 2551 ต่ำกว่าคาด และได้ปรับลดคาดการณ์กำไรสุทธิปี 2552-2553 ลง เพราะสภาวะอุตสาหกรรมที่ด้อยลง
ดังนั้นยังคงมีแนวโน้มที่เป็นลบกับ LH เนื่องจากเป็นผู้ประกอบการที่อยู่อาศัยประเภทบ้านสร้างเสร็จก่อนขาย (pre-built) ซึ่งมียอดขายรอรับรู้รายได้ (Backlog) ที่น้อย คาดว่ากำไรสุทธิปีนี้จะลดลงมาก ท่ามกลางภาวะเศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัวลงแรง ส่วนราคาหุ้นซื้อขายที่อัตราส่วนของราคาหุ้นต่อกำไรสุทธิ (P/E) ปี 2552 ที่ระดับ 10.5 เท่า ถือว่าต่ำกว่ามาตรฐานของ LH ที่ซื้อขายในอดีตที่สูงกว่านี้ แต่ราคาหุ้นก็ยังไม่ถูก เพราะหลักทรัพย์ในอุตสาหกรรมที่อยู่อาศัยซื้อขายในระดับถูกกว่าที่ 3-7 เท่า จึงคงคำแนะนำเต็มมูลค่า (Fully Valued)ที่ราคาพื้นฐาน 2.62 บาท และแนะนำให้เปลี่ยนตัวลงทุนไปยัง Top Pick คือ บริษัท พฤกษาเรียลเอสเตรท จำกัด (มหาชน) หรือ PS หรือบริษัท เอเชี่ยน พร็อพเพอร์ตี้ ดีเวลลอปเม้นท์จำกัด (มหาชน) หรือAP แทน ซึ่งมีแนวโน้มธุรกิจที่ดีกว่า และน่าดึงดูดใจทางด้านการประเมินมูลค่าหุ้นมากกว่า LH ด้วย
นายอดิศร เปิดเผยทิ้งท้ายว่า ขณะนี้ยอดขายและยอดโอนของบริษัทวิ่งไปในทิศทางเดียวกัน โดยมีการฟื้นตัวดีขึ้นเมื่อเทียบกับช่วงปลายปีที่ผ่านมา แต่ไม่สามารถบอกตัวเลขได้เนื่องจากจองแล้วสามารถโอนได้เลย เพราะสินค้าที่ขายของบริษัทก่อสร้างเสร็จแล้ว ทำให้รับรู้รายได้จากการโอนได้ทันที แต่ถ้าเทียบยอดขายและยอดโอนในเดือนมกราคมของปีนี้ก็แย่กว่าเดือนมกราคาของปีก่อน เพราะเจอปัญหาการเมืองในประเทศ และเศรษฐกิจชะลอตัวลง
อย่างไรก็ตาม ปีนี้บริษัทตั้งเป้าหมายจะมีรายได้จากการขายอยู่ที่ 15,450 ล้านบาท เพิ่มขึ้น 1.2% จากปีก่อน โดยตั้งเป้าหมายส่งมอบบ้านให้ลูกค้าในปีนี้ทั้งสิ้น 3,288 หลัง
ข่าวหุ้น
ฉบับวันที่ 17 มีนาคม พ.ศ. 255