

บริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจประเภท ค้าอสังหาริมทรัพย์ โดยขายบ้านจัดสรรพร้อมที่ดินเป็นส่วนใหญ่ โครงการที่ทำจะเป็นโครงการในเขตกรุงเทพมหานคร ปริมณฑลและโครงการตามจังหวัดใหญ่ ๆ ได้แก่ เชียงใหม่ เชียงราย ขอนแก่น นครราชสีมา อุดรธานี หัวหิน ภูเก็ต มหาสารคาม และอยุธยา
ณ วันที่ 31 ธันวาคม 2567 บริษัทมีทุนจดทะเบียนจำนวน 12,031,105,828 บาท เรียกชำระแล้วจำนวน 11,949,713,176 บาท

หนังสือรับรองการจดทะเบียนเป็นนิติบุคคลและข้อบังคับของบริษัท แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) สามารถคลิกเพื่ออ่านข้อมูลได้ในรูปแบบไฟล์ PDF


บริษัทแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) ประกอบธุรกิจประเภทค้าอสังหาริมทรัพย์ โดยเริ่มก่อตั้งตั้งแต่ปี พ.ศ. 2516 และได้มีการจัดตั้งแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ ขึ้นเป็นบริษัทจำกัดในวันที่ 30 สิงหาคม 2526 บริษัท ทำธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ โดยขายที่อยู่อาศัยทั้งประเภทบ้านเดี่ยว ทาวน์โฮม และคอนโดมิเนียม ทั้งในกรุงเทพฯ ปริมณฑล และจังหวัดใหญ่ๆ เช่น เชียงใหม่ เชียงราย ขอนแก่น นครราชสีมา อุดรธานี หัวหิน ภูเก็ต มหาสารคาม และอยุธยา
วิสัยทัศน์ของบริษัทแลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) คือ เป็นบริษัทชั้นนำของธุรกิจอสังหาริมทรัพย์ในประเทศไทย มุ่งดำเนินธุรกิจเพื่อสร้างความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นให้กับผู้ซื้อบ้านและผู้เกี่ยวข้องทุกส่วน ภายใต้หลัก ธรรมาภิบาลที่ดี
ทั้งการวิจัย การพัฒนา นวัตกรรม เทคโนโลยี การก่อสร้าง การออกแบบ ตลอดจนการคัดเลือกวัสดุ และการบริการเพื่อให้ได้ที่อยู่อาศัยที่สามารถตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคซึ่งมีการเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอได้อย่างดีและลงตัว เพื่อให้ผู้บริโภคมีคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น รวมถึงให้ความสำคัญต่อสังคม คู่ค้า ผู้ถือหุ้น พนักงานภายในองค์กร และผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่าย ให้เป็นไปตามวิสัยทัศน์ของบริษัทดังกล่าว





ประวัติบริษัท
บริษัทฯ นำกลยุทธ์ "บ้านสบายสร้างเสร็จก่อนขาย" มาใช้ในการพัฒนาโครงการทุกๆ โครงการของบริษัทฯ และยกเลิกการทำบ้านสั่งสร้าง หรือ บ้านผ่อนดาวน์ ดังนั้นบ้านของบริษัทฯ ที่พร้อมเปิดขายนั้น จะเป็นบ้านที่สร้างเสร็จสมบูรณ์แล้ว และพร้อมโอนกรรมสิทธิ์ให้กับลูกค้าทุกหลัง
1. กันยายน บริษัทขายเงินลงทุนทั้งสิ้นใน บ.สยามสินธร จ.ก. จำนวน 14.49% ในราคาหุ้นละ 1 สตางค์ และขายเงินลงทุนทั้งสิ้นใน บ.โนเบิ้ลเคลียร์โฮลดิ้ง (บีวีไอ) จก. จำนวน 14.42% ในราคาหุ้นละ 1 สตางค์ เนื่องจาก บริษัททั้งสองมีผลขาดทุนเกินทุนเป็นจำนวนมาก
2. สิงหาคม บริษัทได้แต่งตั้ง ดร. ศิริ การเจริญดี เป็นกรรมการตรวจสอบแทน มรว. ปรีดิยาธร เทวกุล ที่ได้ลาออกไป เมื่อเดือนพฤษภาคม 2544 และได้แต่งตั้ง ดร. ซีค งี ฮวด เป็นกรรมการจากกลุ่ม GIC เพิ่มขึ้นอีก 1 ท่าน